รูทเบียร์กับการบอกลาที่แสนเศร้า
วันนี้ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ต่างจากเมื่อสองวันก่อนที่ฟ้าไม่เป็นสีฟ้าอย่างที่ควรจะเป็น เธอนัดผมมาที่เดิม
สองวันก่อน ฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา รถจักรยานยนต์ต้องอาศัยป้ายรถเมล์เป็นที่จอดชั่วคราว รถยนต์ต่างพร้อมใจกันเคลื่อนตัวช้าๆไม่ต่างจากมอบกู้ชาติ กลางสี่แยกปราศจากการเคลื่อนตัวของสิ่งมีชีวิตต่างๆนอกจากรถยนต์ ผมและเธอยืนเป็นเส้นแทยงตรงสี่แยก การยืนตากฝนไม่ได้ช่วยให้ความผิดหวังกลายเป็นความสมหวังได้ ผมมองเห็นเธอไม่ถนัด เหมือนที่ปัดน้ำฝนหน้ารถไม่ทำงานยังไงยังงั้น เธอก้าวเท้าออกจากที่ผมเห็นเธออย่างช้าๆ แต่ถึงช้าเพียงใดเธอก็มาถึงกลางสี่แยกได้ โดยที่ไม่มีรถคันไหนเห็น ท่ามกลางพายุฝน มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ยืนอยู่กลางสี่แยก
รถเมล์วิ่งฝ่าสายฝนด้วยความเร็ว ล้อที่เคลื่อนตัวผ่านน้ำที่รวมตัวกันเป็นแอ่งส่งผลให้น้ำกระจายเป็นทางยาวเหมือนสายรุ้ง ถ้าไม่มีใครทำอะไรในเวลานั้น เธอคงไม่รอดแน่ และผมก็เป็นคนที่ไม่เคยคาดหวังอะไรไว้กับคนขับรถเมล์อยู่แล้ว ผมวิ่งไปที่กลางสี่แยกที่เธอยืนอยู่ จะยืนกลางแขนออกสองข้างแล้วจ้องหน้ารถคันที่กำลังวิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว หวังว่าคนขับจะเบรกแล้วรถจะมาจอดอยู่ตรงหน้า ผมและเธอคงไม่ต่างจากอึ่งอ่างตากแห้งแน่ๆ จะพุ่งไปหาเธอแบบในละครก็กลัวหัวเธอจะฟาดกับพื้น เป็นเจ้าหญิงนิทรา คงไม่ดีแน่ ผมตัดสินใจคว้าแขนเธอและดึงเข้ามาที่อก รถเมล์ห่างจากตัวผมแคบหยิบมือ ดูเธอยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสี่วินาทีที่แล้ว แต่เมื่อเธอหายตกใจเธอได้แต่ร้องไห้และด่าผม ว่าทำไมต้องช่วยเธอ ผมไม่พูดอะไรนอกจากมองหน้าเธอแล้วทำหน้าแบบพระเอกมิวสิคกลางสายฝนและกล่าวสั้นๆว่า ผมไม่อยากให้คนที่มีค่าอย่างคุณต้องเป็นอะไรเพราะผู้ชายโง่ๆคนนึง เมื่อสิ้นเสียงผม ผมหันหลังแล้วรีบจ้ำเท้าออกจากกลางสี่แยกอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงฟุตบาทข้างทางผมกลับไปมองเธอ เธอยังยืนอยู่ที่เดิม ผมตะโกนเรียกเธอให้รีบออกจากที่นั้น รถชน ผมไม่เข้าไปช่วยอีกน่า เธอหันมามองผมเหมือนจะตั้งสติได้ เธอรีบวิ่งออกจากกลางสี่แยกด้วยความเร็วเหนือเสียง
ฝนยังคงตกหนัก ท้องฟ้ายามกลางคืนว่าน่ากลัว แต่ยิ่งถูกผสมกับสีแดงของฟ้าที่โกรธแล้ว เพิ่มดีกรีความน่ากลัวกว่าหลายเท่า ผมและเธอเดินตากฝนไปตามทางแยกใดแยกหนึ่งจากสี่แยกเมื่อกี้ เราสองคนไม่พูดอะไรกัน มีแต่ก้มหน้าก้มตาเดิน ผมรู้สึกว่าเสียงหัวใจของผมจะเต้นแรงกว่าเสียงฝนที่ตกลงบนท้องถนน ทำไมกัน ในใจผมคิดแต่ขายังก้าวต่อไป
เมื่อฝนเริ่มทยอยกันเบาลง ผมชวนเธอแวะหลบฝนข้างทาง เธอมองหน้าผมและก็หัวเราะออกมา ต่างกันราวฟ้ากับดินเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ฝนจะหยุดแล้วทำไมพึ่งชวน ผมถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นหน้าตาเธอชัดๆพร้อมกับเสียงของเธอ ผมบ่นในใจถึงชายคนไหนไม่รู้ ว่าทำไมถึงทิ้งเธอลง แล้วผมรู้ได้ไงว่าเธอถูกทิ้ง?
ผมเคยอ่านเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง ที่เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่เจอรักแรกพบบนรถเมล์อะไรทำนองนั้น ที่อ่านก็ไม่ใช่อะไร มีคนมาบอกว่าเรื่องนั้นสนุกมาก ผมเลยต้องอ่าน กว่าฝนจะหยุดสนิท เราสองคนก็คุยอะไรกันต่อมิอะไรมามากมาย มากมายจนทำให้ผมหลงรักเธอได้ ผมยาวดำผิวขาวตัวเล็กบวกกับเสียงที่มีเสน่ ทำให้ผมลืมเหตุการณ์ที่ผมพบมาเมื่อวานนี้ได้สนิท
เธอชื่อเบียร์ เกิดที่เมืองไทยแต่ไปโตที่เมืองนอก เธอกลับมาเที่ยวเมืองไทยครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกเธอมาเมื่อปีที่แล้ว และก็เป็นปีที่ทำให้เธอได้รู้จักคำว่า รัก และเธอก็รักเขามาก มากขนาดเธอต้องกลับมาเมืองไทยอีก ครั้งนี้จึงเป็นครั้งที่สองที่เธอกลับมา แต่ทุกอย่างมันไม่เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ เธอนั่งTaxiมาหาแฟนที่คอนโด หวังจะเซอร์ไฟส์ แต่กับเป็นเธอเอง ที่โดนเซอรไพส์อย่างสุดซึ้ง เธอเปิดประตูเข้ามาและพบว่าแฟนกำลังมีอะไรกับผู้หญิงอยู่ เธอรับไม่ได้ และเธอก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อ เธอจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย เธอยังเล่าไม่จบเธอก็เข้ามากอดผม กลิ่นน้ำหอมในตัวเธอลอยเข้ามายังจมูกผมจางๆ เสื้อยึดสีขาวที่เปียก ทำให้ลายของเสื้อชั้นในและผิวเด่นชัดขึ้น ริมฝีปากสีชมพูเอิบอิ่มกับดวงตาที่สิ้นหวัง ช่างเป็นอะไรที่ขัดกับความรู้สึกอย่างมาก ผมโอบเธอเข้ามาที่อก หน้าของเธอซบมาที่หลังใบหู ให้ตายสิแก้มเธอนุ่มจริงๆ ผมกอดเธอให้แน่นกว่าเดิม และเหมือนเธอจะรู้ เธอก็กอดผมแน่นเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ทันที ผมเอาจมูกหอมเธอที่ซอกคอ ไล่ตั้งแต่คอขึ้นมายังที่ริมฝีปาก จนปากเราทั้งสองประกบกัน เธอหยุดอยู่แค่นั้น เธออายจนแก้มทั้งสองเปลี่ยนเป็นสีชมพูอูมๆ เราทั้งสองลุกออกจากเก้าอี้ตัวนั้นทันที โดยที่ผมไม่รู้เลยว่าผมลืมถาม อะไรไปอย่าง
เราเดินห่างจากสี่แยกที่เราพบกันได้ประมาณแปดร้อยห้าสิบเมตร ผมถามเธอว่าหิวไหม เธอกระโดดไปกระโดดมายังกับเด็กไม่มีผิด แล้วบอกว่าหิวๆๆๆๆ จนผมต้องรีบพูดตัดหน้า ได้ๆๆ นั้นไงเซเว่นผมพูดไม่ทันจบประโยค เธอคว้าแขนผมแล้ววิ่งมาที่เซเว่น เราสองคนไม่ต่างอะไรจากเด็กที่วิ่งหาของเล่นเมื่อตอนเด็ก เมื่อถึงหน้าเซเว่นเธอยืนอยู่กับที่ไม่ยอมเข้าไป ทำให้ผมต้องออกแรงดึงแขนเธออีกครั้งแต่ครั้งนี้เธอเกรงตัวไม่ยอมขยับเหมือนที่ผ่านมา ผมเลยถามเธอว่าเป็นอะไร เธอตอบแล้วอมยิ้ม เผ่ยให้เห็นถึงลักยิ้มทั้งสองข้างอย่างชัดเจน เธอเอามือเกาหัวแล้วพูดว่าเบียร์ไม่มีตัง ผมหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ว่าดังขนาดไหน ดังขนาดที่เธอต้องเอามือตีที่หัวไหล่ผมแล้วก็งอนไปเลย จนผมต้องคว้ามือทั้งสองของเธอไว้ เธอหันหน้ามาด่าผมว่าทำไม ไม่มีตังแล้วหนักหัวนายหรอ และก็ทิ้งทวนด้วยคำว่า ไอ้คนชั้นสูง จนผมต้องแกล้งทำหน้าดุใส่
และพูดเสียงดังกว่าเดิม มือข้างไหนที่ตบผมเมื่อกี้พร้อมกับยกมือเธอทั้งสองข้างขึ้น สงสัยจะได้ผล เธอเปลี่ยนจากสีหน้าที่กำลังโกรธเป็นกลัวโดยทันที และเธอก็พูดอย่างช้าๆว่า ข้างซ้าย เบียร์ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ ผมยังคงเก๊กเสียงต่อไป ข้างซ้ายใช่ไหมที่ตบ เธอพยักหน้าเบาๆ นั้นๆอะไรผมชี้ไปทางด้านขวาเธอ เธอรีบหันไปดู ผมจึงเอาหน้าไปแทนที่ตำแหน่งเดิมก่อนที่เธอจะหันไป และไม่มีผิดเธอหันกลับมา ทำให้ริมฝีปากของเธอโดนกลับแก้มซ้ายของผมทันที ก่อนที่เธอจะเอามือทั้งสองรุมทุบที่ไหล่ซ้ายผม ผมต้องจับมือเธอไว้และรีบตัดบท ไม่หิวแล้วหรอ เธอถึงหยุด ผมรีบพูดต่อ หิวก็เข้าไปหาไรกินกันสิ ช้าเดี๋ยวเซเว่นก็ปิดหรอก เดี๋ยวมื้อนี้ผมเลี้ยงเอง ไม่ทันได้สิ้นเสียงของผมเธอก็เข้าไปเรียบร้อย ก่อนที่เธอจะโผล่หัวออกมาว่า เซเว่นบ้านเธอหรอปิด
ออกจากเซเว่น เราหาที่นั่งแถวๆนั้น เป็นโต๊ะอาหารของค่ำคืนนี้ ผมถามเธอว่า หิวข้าวหรือหิวขนมกันแน่ ไม่เห็นมีข้าวเลย มีแต่ขนม เธอมองหน้าผมทำหน้างง แล้วเกี่ยวอะไรกับเธอด้วยล่ะ แล้วเธอก็แกะขนมกินไปตามประสา ก่อนที่เธอจะถามผมว่า เบอร์เกอร์อันเดียวจะอิ่มหรอ ผมวางเบอร์เกอร์ลงแล้วหันไปคว้ากระป๋องเบียร์ในถุงออกมา เธอแย่งเบียร์จากมือของผมและวิ่งเข้าไปในเซเว่นทันที ก่อนจะออกมาพร้อมกับรูทเบียร์สองกระป๋อง เธอบอกสั้นๆว่า เบียร์ไม่ชอบผู้ชายกินเบียร์ ถ้าอันจะกินเบียร์เปลี่ยนเป็นรูทเบียร์แทนแล้วกัน ผมไม่ทันจะได้ถามเธอว่าทำไม เธอก็ยื่นมาให้ผมกระป๋องนึง และอีกกระป๋องก็วางไว้ข้างผม ผมไม่ถามอะไรต่อ เพราะยังไงผมก็ยินดีอยู่แล้ว
เธอชวนผมเดินออกจากที่นั้นหลังจากที่เราสองคนกินอะไรกันเสร็จ เราก้าวเท้าเดินไปเรื่อยๆทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนกัน ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้ ที่เราสองคนเดินด้วยกัน ผมจับมือเล็กๆของเธอแล้วแกว่งไปตามจังหวะการเดิน เราสองคนหัวเราะกันมาตลอดทาง ทั้งๆที่ไม่ได้คุยอะไรกันมาก อย่างน้อยเธอก็ทำให้ผมลืมอะไรบางอย่างได้ และผมก็ทำให้เธอลืมอะไรบางอย่างได้เหมือนกัน
ห่างจากจุดที่เราพึ่งนั่งกินขนมได้ประมาณร้อยห้าสิบเมตร ผมหยุดเดินแล้วดึงเธอเข้ามากอด เธอไม่ขัดขืนแต่อย่างไร ผมจูบเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว ทุกอย่างเริ่มด้วยความดุดันและรวดเร็ว เราสองคนประกบติดกันเป็นร่างเดียว ผมพาเธอเข้าไปยังซอกตึกข้างๆ ทุกอย่างปราศจากผู้คนมีเพียงแต่แสงร่ำไรของท้องถนน ผมไม่รู้ว่าผมทำถูกหรือเปล่า ผมถอดเสื้อเธอ เธอถอดเสื้อผม ริมฝีปากของผมซุกซอนไปทั่วเรือนร่างของเธอ
เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ผมรักเธอเข้าอย่างจัง ทั้งๆที่ผมก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเธอเลย หรือเป็นเพราะเรามีอะไรกันจึงทำให้ผมหลงรักเธอ แต่ทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย เพราะตอนนี้ผมมีคนที่น่ารักที่สุดอยู่ข้างๆ ผมเดินจูงมือเธอมาตลอด จนมาถึงที่คอนโดของผม เราอาบน้ำด้วยกัน ไม่บ่อยนักที่ผมจะได้อาบน้ำกับผู้หญิง สุดท้ายเราก็ลงเอยด้วยการมีอะไรในห้องน้ำอีกรอบ
เธอบอกว่าเธอมาที่เมืองไทยโดยไม่ได้บอกพ่อแม่ และเธอก็เชื่อว่าตอนนี้พ่อแม่เธอคงกำลังตามหาเธออยู่ เธอเล่าเรื่องของเธอพร้อมกับกำลังโกนหนวดให้ผม เธอถามผมว่าผมรักเธอไหม ผมไม่ทันได้อ้าปากตอบเธอ เธอก็หอมแก้มผมและครั้งนี้เธอเป็นฝ่ายเริ่ม จนเรามีอะไรกันเป็นครั้งที่สาม ผมยังไม่ได้ตอบอะไรเธอเลย
เตียงนอนใบเดิมกับลายผ้าปูใบเดิม ผมและเธอนอนเปลือยอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เราใช้เวลาส่วนมากกอดกันแทนความรู้สึกทุกทอย่าง ผมมุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม ซึ้งครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะมีอะไรกัน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้ผมรู้สึกตัว เสียงโทรศัพท์เงียบทันทีที่ผมจะรับ ผมหันไปข้างๆเพื่อจะกอดเธอ แต่ทุกอย่างว่างเปล่าจนผมต้องตื่นขึ้น ผมไม่แน่ใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืน คือความฝันหรืออะไรกันแน่ ทันใดนั้นผมหันไปเห็นโน้ตที่เธอเขียนเอาไว้บนหัวเตียง “10โมงพรุ่งนี้เราเจอกันที่เดิมนะ ลงชื่อเบียร์”ใจผมไม่สามารถรอให้ถึงพรุ่งนี้ได้ วันนี้ทั้งวัน ผมออกตามหาเธอทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน และคำตอบที่ผมจะตอบเธอตอนที่อยู่ในห้องน้ำ ก็ดังออกมากลางสี่แยกของคืนวันนั้น
10โมง ผมมารอเธอที่เดิม เธอไม่ได้บอกเอาไว้ว่าที่เดิมคือที่ไหนกัน จะทำไงดี นี่ก็10โมงแล้ว ทั้งกายและใจผมร้อนยิ่งกว่าน้ำต้มกาแฟเมื่อเช้า ผมตัดสินใจเริ่มเดินตั้งแต่กลางสี่แยก เดินไปตามทางที่เราเดินด้วยกันเมื่อคืนก่อน และนั้นก็กลายเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุด กว่าผมจะใช้เวลาเดินถึงที่สุดท้ายที่เราพบกัน เธอคงรอผมไม่ไหวแน่ และทุกอย่างก็เกิดขึ้นจริง ผมเดินมาถึงที่โต๊ะอาหารเมื่อคืนก่อน กระป๋องรูทเบียร์ของใครวางอยู่ หรือเบียร์เป็นคนซื้อมาเอง กระป๋องยังเย็นอยู่เลย แสดงว่าเบียร์พึ่งออกไปได้ไม่นาน ผมตะโกนพร้อมกับวิ่งเรียกเบียร์เหมือนคนบ้า แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้พบกับเธอ ผมเดินกลับมาที่เดิม เหมือนว่ารูทเบียร์จะทับอะไรสักอย่างไว้
กระดาษเอสี่พับแปดรอบทำให้ขนาดของมันเล็กลงพอที่จะถูกกระป๋องทับไว้ไม่ให้ปลิวไปไหน ใจผมจี๊ดขึ้นมาทันที คงไม่ใช้โน้ตที่เธอจะทิ้งไว้ให้ผมหรอกนะ
และทุกสิ่งก็หยุดไปชั่วขณะ ต่อหน้าตัวอักษรที่เรียงกันเป็นเรื่องเป็นราว “เบียร์ขอโทษนะที่เบียร์ไม่ได้บอกลาอัน ก็อย่างที่เบียร์บอก เบียร์มาที่นี่เบียร์ไม่ได้บอกพ่อแม่ ป่านนี้เค้าคงตามหาเบียร์ให้วุ่นเลย จริงๆเบียร์ก็ไม่ได้รีบอะไรหรอก แต่เบียร์กลัวว่า ถ้าเห็นหน้าอัน เบียร์คงทำใจไม่ได้แน่ เบียร์ถึงไม่กล้าเจอหน้าอันไง เบียร์ต้องขอบใจอันที่ช่วยชีวิตเบียร์เมื่อคืนก่อน ถ้าไม่ได้อันวันนั้นเบียร์คงเป็นอะไรไปแล้วและต้องขอบใจที่ทำให้เบียร์คิดได้ อันทำให้เบียร์มีความสุขมาก สุขทั้งๆที่ที่เบียร์พึ่งเธอเรื่องร้ายๆมา มีคนบอกไว้ว่า การกระทำบางอย่างก็เพื่อตอบสนองบางอย่าง อันจะมองว่าเบียร์เป็นผู้หญิงไม่ดีก็ได้นะ เบียร์ไม่โกรธ แต่อยากให้รู้ว่าสิ่งที่เบียร์ทำมันก็ออกมาจากใจเบียร์เหมือนกัน ทำไมเราต้องซีเรียสเนี้ย อันอยากรู้ไหมว่าทำไมเบียร์ถึงไม่ให้อันกินเบียร์ แต่ก่อนที่เบียร์จะบอก อันต้องสัญญากับเบียร์ก่อนนะ ว่าไง? อ่านมาถึงตอนนี้ น้ำตาของผมก็ไหลออกมาอย่างไม่ตั้งใจและผมก็สัญญา อันสัญญาแล้วนะ อย่าผิดสัญญาล่ะ ที่เบียร์ไม่อยากให้กินเบียร์เพราะ มันตรงกับชื่อเบียร์ไง เบียร์ไม่อยากให้อันกินบ่อยๆ เดี๋ยวอันจะเบื่อซะก่อน และที่สำคัญ เบียร์ให้อันกินไปแล้วไง หลายรอบด้วยสิ ต่อไป กินรูทเบียร์แทนแล้วกัน OKน่ะ รูทเบียร์ทำมาจากรากต้นไม้ด้วย เบียร์ก็มั่วไปงั้นแหละ แต่สัญญาต้องเป็นสัญญานะ อิอิ เบียร์ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับมาเมืองไทยอีก หรืออาจไม่ได้กลับมาอีกเลย โชคดีนะอัน ลาก่อน รัก
เมื่อแหงนมองท้องฟ้า ทุกอย่างอ้างว้างไปหมด วันนี้แม้แต่เสียงลมพัดยังรบกวนจิตใจ ผมไม่รู้ว่าร่างกายผมยังปกติดีอยู่หรือเปล่า เลือดในร่างกายไหลวนเวียนสลับที่ แขนขาเหมือนถูกตรึงด้วยตะปู น้ำตายังไหลไม่หยุดหยอด ผมเหลียวไปที่กระป๋องรูทเบียร์ ยิ่งเป็นการเร่งเล้าให้น้ำตาไหลออกมา ผมทำอะไรไม่ได้ นอกจากมองแล้วพูดกับกระป๋องรูทเบียร์ ว่า ลาก่อนโชคชะตา
Bugsam110